Skip to content

กรกฎาคม 13, 2011

2

เครื่องมือคัดค้านเจตจำนงของประชาชนของกลุ่มอำมาตย์

เมื่อค่ำวานนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งประเทศไทยประกาศรับรองผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จำนวน 358 ราย และยังไม่ประกาศรับรองผล 142 รอง เนื่องจากมีคำร้องคัดค้านเรื่องการกระทำผิดกฎ โดยในจำนวนส.ส.ที่ยังไม่ได้รับการรับรองนั้นรวมถึงผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง 16ราย ประกอบด้วยแกนนำเสื้อแดงซึ่งได้รับการเลือกตั้งส.ส.ระบบจากบัญชีรายชื่อ นายกรัฐมนตรีรักษาการอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และว่าที่นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยกกต.จะตรวจสอบคำร้องคัดค้านเหล่านี้ก่อนจะมีการประชุมอีกครั้งในวันที่ 19 กรกฎาคม

หลายคนแสดงความกังวลเกี่ยวกับการตัดสินใจครั้งนี้ โดยกลัวว่าจะเป็นการเริ่มต้นกระบวนการล้มผลการเลือกตั้งที่ใสสะอาด (อีกครั้ง) โดยเมื่อสองเดือนที่แล้ว คณะกรรมการการเลือกตั้ง นางสดศรี สัตยธรรมได้บอกกับสื่อมวลชนถึงเรื่องแผนการทำ “รัฐประหารเงียบ” ซึ่งจะนำไปสู่ “การแต่งตั้งรัฐบาลที่ไม่สังกัดพรรคการเมืองใด” นอกจากเรื่องความเป็นไปได้ที่จะมีการตัดสิทธิ์ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งจากพรรคเพื่อที่ได้รับความนิยมอย่างสูงสุด ซึ่งอาจทำให้เกิดสถานการณ์ที่ว่าสภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถเปิดประชุมได้หากส.ส.น้อยกว่า 475 คนได้รับการรับรอง สิ่งที่ตลกร้ายคือ ความยากลำบากใจของเราที่ตัดสินใจนับรวมนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะไว้ในรายชื่อส.ส.ที่ยังไม่ได้รับการรับรองด้วย หลังจากที่เขาเจ็บปวดจากการพ่ายแพ้เลือกตั้ง จึงเป็นไปได้ว่ากลุ่มอำมาตย์ไทยจะไม่มีปัญหาในการบูชายันต์นายอภิสิทธิ์ ถ้าหากนั้นจะเป็นเหตุผลเพียงพอที่พวกเขาจะสามารถกันไม่ให้นางสาวยิ่งลักษณ์ขึ้นดำรงตำแหน่ง (นายกรัฐมนตรี)

เราหวังว่าความกังกลของเราจะเป็นแค่เรื่องเหลวไหล และการตัดสินใจของคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นเพียงสิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความปรารถนาที่จะทำงานหนักเพื่อตรวจสอบคำร้องคัดค้านที่มีต่อทุกฝ่าย เราควรตระหนักด้วยว่าคณะกรรมการเลือกตั้งอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างมหาศาลจากกลุ่มผู้มีอำนาจ อย่างเช่น กลุ่มผู้สนับสนุนกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยกำลังพยายามจะล้มผลการเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้งอาจจะต้องใส่ใจข้อเท็จจริงที่ว่าคณะกรรมการชุดก่อนถูกจำคุกหลักจากการเลือกตั้งในปี 2549 เพราะล้มเหลวที่จะยอมรับแรงกดดันจากกลุ่มอำมาตย์

อย่างน้อยที่สุด ข่าวล่าสุดแสดงให้เห็นว่าการเลือกตั้งยังไม่สิ้นสุด และเราต้องตื่นตัวถึงความเป็นไปได้ว่าเจตจำนงของประชาชนอาจจะถูกปฏิเสธอีกครั้ง แม้ว่ามันอาจจะไม่ใช่อะไรนอกไปจากความล่าช้าของกระบวนการ แต่การตัดสินใจครั้งนี้ย้ำให้เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องมีการปฏิรูปในประเทศไทย ในระบอบประชาธิปไตย ผู้แทนที่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนมักจะถูกอนุมานว่ามีสิทธิตามกฎหมายที่จะดำรงตำแหน่งดังกล่าว การตัดสิทธิเรื่องคุณสมบัติควรจะมาหลังผลสรุปการพิจารณาคดี ไม่ใช่จากการตัดสินของฝ่ายบริหาร ตราบใดที่กฎเหล่านี้ไม่ได้รับการปฏิรูป จึงหลีกเลี่ยงที่จะตีความไม่ได้ว่ากฎเกณฑ์ดังกล่าวเป็นเครื่องมือคัดค้านที่ทรงประสิทธิภาพ ที่กลุ่มอำมาตย์ใช้ต่อต้านผู้ลงสมัครที่พวกเขาไม่ยอมรับ

2 ความเห็น Post a comment
  1. noria87
    ก.ค. 13 2011

    กกต.ชุดนี้ สมควรปลดได้แล้ว

    และพักหลังนี้ พวกขี้แพ้การเลือกตั้ง

    ออกมาเห่าเว็บนี้

    พวกเรา ต้องโต้ตอบหรือวีนดี ๆ หน่อยครับ

  2. rote
    ก.ค. 17 2011

    Free Thailand ! Free Thai People !

Share your thoughts, post a comment.

(required)
(required)

Note: HTML is allowed. Your email address will never be published.

Subscribe to comments