พรรคประชาธิปัตย์ทำเพื่อนายมาร์คเพียงคนเดียว
“พรรคประชาธิปัตย์สิ้นแล้วซึ่งความหวัง หมดแล้วซึ่งเวลาและเกือบจะหมดสิ้นไอเดียใหม่ๆด้วย” คอลัมนิสต์ สงกรานต์ กระจ่างเนตรเขียนในหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์สุดสัปดาห์ สิ่งหนึ่ที่ผมอยากเพิ่มเคือ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มาร์ค เวชชาชีวะกำลังจะหมดไม่มีที่ซ่อนตัวแล้ว
ตั้งแต่ช่วงเวลาที่นายมาร์ค เวชชาชีวะขึ้นสู่อำนาจในปี 25551 นายมาร์ค เวชชาชีวะอยู่ในสถาวะที่ต้องหยิบยืมเวลา พรรคการเืมืองที่หากินอยู่กับมุขเดียว (มุขปิศาจทักษิณ) ของเขา ซึ่งเหมือนจะใช้หลักการเดีียวกันกับ “5 นาทีแห่งความเกลียดชัง” ในนิยายชื่อดังเกี่ยวกับการปกครองแบบเผด็จการเรื่อง 1984 ของจอร์จ โอเวล ยังคงแพ้การเลือกตั้งและไม่ได้เป็นตัวแทนของประชาชน โดยล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่าที่จะชนะประชามติส่วนใหญ่จากประชาชนชาวไทย
แต่กระนั้น การขาดการสนับสนุนตามระบอบประชาธิปไตยจากประชาชนชาวไทยทั่วไปดูเหมือนจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการ “ขึ้นสู่อำนาจ” ของนายมาร์ค เวชชาชีวะ ดูเหมือนว่า สำหรับนายมาร์คแล้วประชาชนชาวไทยทั่วไปอยู่เพื่อ “ถูกปกครอง” และเขาเป็นบุรุษอภิสิทธิ์ชนผู้ที่เกิดและได้รับการศึกษาจากประเทศอังกฤษและควรจะได้ปกครองคนเหล่านั้น สำหรับมาร์คแล้วประชาชนไทยที่ทำงานหนักอย่างคนรับใช้ของเขา ที่ทำความสะอาดถนนในละแวกบ้านเขา ขับรถพาลูกเขาไปโรงเรียน สร้างบ้านให้เขา และทำไร่ไถ่นาซึ่งนำมาผลิดเป็นอาหารที่นายมาร์คกินนั้นไม่มีสิทธิ์จะปกครองนายมาร์ค พรรคประชาธิปัตย์และนายมาร์ค รวมถึงเพื่อนอภิสิทธิ์ชนเขาอย่างนายกรณ์ จาติกวณิชที่เกิดมาเพื่อปกครองไม่เคย หรือแม้แต่จะสามารถเข้าใจว่าคนไทยส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอยู่อย่างไร สำหรับนายมาร์คแล้วไม่มีอะไรหรือใครที่จะขัดขวางเขาได้ แม้จะหมายความว่าเขาจะต้องเปียกโชกไปด้วยเลือดก็ตาม
อย่างที่ผู้อ่านทราบ การชุมนุมที่ถูกกฎหมายอย่างชัดเจน เพื่อประท้วงการสันนิษฐานในอำนาจที่ไม่ได้มาจากประชามติของนายมาร์ค อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถูกรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์บดขยี้อย่างทารุณในปี 2553 ประชาชนหลายรายเสียชีวิตเพราะถูกพลซุ่มยิงที่นายมาร์ค เวชชาชีวะส่งให้ไปบนท้องถนนทั่วกรุงเทพมหานครสังหารโดยเจตนา
ตั้งแต่นั้นมา แม้แต่หลังจากต้องอับอาบขายขี้หน้าจากการพ่ายแพ้เืลือกตั้งแบบเขตอย่างราบคาบในปี 2554 นายมาร์คยังทำทุกอย่างเท่าที่เขาจะสามารถทำได้เพื่อประกันว่าเขาจะสามารถหลบเลี่ยงการรับผิดทางกฎหมายจากการกระทำของเขา แม้ว่าจะต้องจะต้องทำให้ความไร้เสถียรภาพทางการเมืองและความแตกแยกในประเทศไทยดำเนินต่อไปก็ตาม ประการแรก เขาใช้เครื่องมือรัฐเพื่อบดขยี้ฝ่ายตรงข้ามโดยการจับกุม ทรมานและปิดปากพวกเขา หลังจากนั้นก็แต่งตั้งคณะกรรมการที่เรียกว่าคณะกรรมการค้นหาความจริงเพื่อการปรองดอง ซึ่งเต็มไปด้วยกลุ่มคนที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง และทำให้คณะกรรมการปวกเปียกโดยไม่ให้แม้แต่กระทั่งอำนาจคณะกรรมการเรียกพยานมาให้การ ไม่มีช่วงใดเลยที่นายมาร์คพยายามควบคุมให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาอยู่ภายใต้การปกครองของพลเรือน แต่กลับดูเหมือนนายมาร์คจะมีความสุขในการปล่อยให้กลุ่มทหารหลีกเลี่ยงการถูกตรวสอบในสิ่งที่พวกเขากระทำ
ครั้งแรกที่เผชิญหน้ากับความจริงเรื่องสัญชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่อาจสามารถทำให้เขาถูกดำเนินคดีโดยศาลอาญาระหว่างประเทศได้(ศาลไอซีซี) แต่กลับนายมาร์คโกหก เขายังพอกพูนความหลอกหลวงด้วยการโกหกอีกครั้งต่อรัฐสภา อ้างว่าเขาไม่เคยใช้สิทธิ์ในฐานะพลเมืองอังกฤษอย่างเต็มที่ โดยการใช้สิทธิ์ในการจ่ายเล่าเรียนในฐานะพลเมืองอังกฤษในประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นสิงที่คนไทยส่วนใหญ่ได้แต่ฝันถึง อีกครั้งที่หลักฐานข้อเท็จจริงอันหนักแน่นบอกเรื่องราวที่ต่างออกไป
นิสัยการพูดความจริงครึ่งหนึ่ง โกหก โหดเหี้ยม หลบเลี่ยง หลอกหลวง และความเถือตัวเจ้ายศเจ้าคือลักษณะเด่นของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
แม้กระทั่งบัดนี้ เมื่อหนึ่งในสถาบันพลเรือนอิสระเสนอแผนการของกระบวนการปรองดอง แต่กลับดูเหมือนว่านายมาร์คกำลังขัดขวางการดำเนินการดังกล่าว ทำไมนะเหรอ? เพราะนายมาร์ครู้ว่าคำพิพากษากำลังรอเขาอยู่ ไม่ใช่เพียงแต่จะถูกพิพากษาผ่านกระบวนการกฎหมายระหว่างประเทศที่ผมพยายามี้องเรียนในศาลไอซีซีเท่านั้น แต่ยังผ่านเจตนารมณ์ของประชาชนชาวไทยด้วย นายมาร์คทำถูกแล้วที่กลัวการกลับมาของดร.ทักษิณ ชินวัตร แต่ไม่ใช่เพราะเหตุผลที่เขาและพันธมิตรของเขาอย่าง กลุ่มหัวรุนแรงพันมิตรกระตือรือร้นนำเสนอ เป็นเรื่องน่าขบขันที่คนผู้ส่งพลซุ่มยิงจากกองทัพไปสังหารประชาชนมือเปล่า ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศเกือบทุกข้อบนโลกใบนี้ ตั้งคำถามเรื่อง “หลักนิติรัฐ” กับคนที่เซ็นกระดาษเกี่ยวกับข้อตกลงเรื่องที่ดินแผ่นหนึ่ง
ความจริงคือพรรคประชาธิปัตย์รู้ดีว่าดร.ทักษิณคือคนที่ชนะการเลือกตั้งและเป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งและเป็นที่นิยมมากที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย มีความเป็นไปได้ว่าพรรคประชาธิปไตยจะกลายเป็นเพียงกลุ่มการมืองขนาดเล็ก หากมีการเลือกตั้งอีกครั้ง และนี่คือสิ่งที่นายมาร์คกลัวที่สุด “ประชาธิปไตย”
ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์จะทำอะไรอีกเพื่อกีดกันไม่ให้ประเทศไทยมีประชาธิปไตยและช่วยนายมาร์ค อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะให้ไม่ต้องถูกดำเนินคดีในศาลระหว่างประเทศ? พวกเขาสนับสนุนการทำรัฐประหารโดยกองทัพ จับมือกับกลุ่มอันธพาลหัวรุนแรงฝ่ายขวาสุดโต่ง ใช้รถถังและปืนสังหารประชาชนไทย รวมถึงใช้ศาลและเครื่องมือทางกฎหมายปิดปากและข่มขู่ฝ่ายตรงข้าม พวกเขาทำลายประชาธิปไตย สร้างความวุ่นวายทางการเมือง และยับยั้งการปรองดองสมานฉันท์
คำถามคือ พวกเขาพร้อมที่จะทำอะไรต่อไปอีกเพื่อช่วยเหลือบุรุษที่พวกเขาเชื่อว่าเกิดมาเพื่อปกครองประเทศไทย?


ไม่ใช่ว่ามาร์คเพียงคนเดียว
วรกรณ์ จติกวณิชและสาวกปชป. นั่นก็คือ สลิ่ม
หน้า facebook ของ she และ their เทิดทูนมาร์คเยี่ยงเทพเจ้า
และมาทำลายคนเสื้อแดงว่า ควายแดง
ด่านายกปูว่า ตุ๊กตาบาร์บี้
โดยเฉพาะเพจสลิ่มที่เป็นเพศหญิงและเป็นคนทำงาน
นอกจากนี้ ยังมีเพจของพวกนักเรียน/นักศึกษาชาย จะชอบมาร์คพอสมควร
และใช้วาจารุนแรงบน facebook มาก ๆ นี่แหละ fanclub ที่ their เทิดทูน
“หุ่น” จะไม่มีความรู้สึก เหมือนโรงงานสร้างในไทย เป็นโลโก้อังกฤษ เสียซ่อมยาก แต่ทน ไม่กลัวร้อน ไม่กลัวหนาว
ผมว่าลักษณะที่กล่าวมาไม่ใช่ลัษณะของหวัหน้าฝ่ายค้านคนเดียวหรอกครับ
1.โกหก (หลอกลวง) พี่น้องมาชุมนุมกันถ้ามีเสียงปืนนัดแรก ผมจะเป็นคนมายืนนำหน้าพ่อแม่พี่น้องเอง แล้วเป็นยังไง ต่อสู้กันจนมีคนตาย เห็นหัวไหม มีแต่รูปไปเดินช็อปปิ้งเที่ยว อยู่ต่างประเทศ แล้วถ้ายังจำสมัยตอนเค้าหาเสียงแรกๆได้ ผมจะแก้ปัญหารถติดภายในหกเดือน เป็นมากี่ปีแก้ได้ป่าว เค้าเรียกว่าโกหกหลอกลวงรึป่าว
2.โหดเหี้ยม ยุคท่านทักษิณเป็นนายกเป็นยุคที่มีการวิสามัญ มากที่สุดเท่าที่ผมรู้มาเลย ทั้งตากใบ พวกค้ายา โจรใต้ (ไปว่าเค้ากระจอก เลยยิ่งอารวาทหนักเลย) 2000กว่าศพ ทำให้ยุคของคุณ สมชาย สมัคร อภิสิทธิ์ ดูเด็กไปเลย ใครเหี้ยมกว่ากัน
3.หลบเลี่ยง คงไม่ต้องพูดถึงกรณีนี้ เพราะมีการตัดสินเลี่ยงภาษีไปแล้ว จนเป็นนักโทษหนีคดีอยู่คนะนี้ ถ้าบอกศาลยุคนั้นไม่ยุติธรรม ตอนนี้น้องสาวตัวเองเป็นนายกแล้วทำไมไม่กลับมาสู้คดี
4.ถือตัวเจ้ายศ อันนี้ผมไม่แน่ใจไม่รู้จะยกตัวอย่างอะไร แต่ที่แน่ๆทักษิณเป็นคนที่แค้นนานไม่ลืมง่ายๆแน่
แล้วไม่ใช่แค่ทักษิณ นักการเมืองไทยที่เข้าข่ายนิสัยแบบนี้มีอีกเยอะครับ
แล้วที่บอกว่ามาร์คกลัวคำพิพากษา ผมเห็นแต่มาร์คและประชาธิปัตบอกไม่ต้องมีการนิรโทษกรรม แต่เพื่อไทยต่างหากที่เย้วๆ อยากให้เคลียความผิดล้างความผิดเก่าๆให้หมดไป สรุปใครกันแน่ที่กลัวคำพิพากษา
ถ้าปรองดองโดยไม่มีการล้างความผิด ผมว่าหัวหน้าฝ่ายคัานไม่ปฏิเสทแน่ แต่เพื่อไทยจะออกมาโวยมากกว่า
นิสัย โกหก ขี้โอ่ บริหารไม่เป็น ดีแต่พูด ชอบเหน็บแหน็ม เหมาะสมแล้วกับพ่อไข่ชั่ง คนนึ้
พอๆกับที่ เพื่อไทยทำเพื่อทักษิณนั้นแหละ
มาร์คกลัวทักษิณที่สุดเพราะถ้าทักษิณกลับมาพรรคปชปก็เป็นเพียงพรรคเล็กๆพรรคหนึ่งเท่านั้น เขาจึงทำทุกวิถีทางที่จะล้มกระดานให้ได้
พ่อเสียวหมัดสั่ง มาร์คหละ ทำประโยชน์อะไรกับประเทศชสติ
ไม่รู้อย่าเล่นละครเมียหลวงดีกว่า